Tinkerbell Glitter

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ฝันที่เป็นจริงของเกมเมอร์ออนไลน์ เมื่อOculus กลายเป็น Nerve Gear

    Oculus กลายเป็น Nerve Gear จนได้เมื่ออนิเมะชื่อดังได้สร้างเกมส์ที่เหมือนกันเนื้อเรื่องออกมาโดยสามารถเข้าเล่นได้เหมือนเราอยู่ในนั้นโดยเล่นผ่านระบบสมอง ในเรื่องSword Art Online



    ในช่วงที่อุปกรณ์จอภาพ VR Headset ยี่ห้อ Oculus Rift เปิดตัวพัฒนาออกมานั้น เป็นช่วงที่นิยายไลท์โนเวล Sword Art Online กำลังดังพอดี เลยได้นำมาทำเป็นอนิเมชั่นยิ่งฮิตเข้าไปอีก ซึ่งในเรื่อง Sword Art Online นั้นกล่าวถึงนวัตกรรมเกมออนไลน์ในโลกอนาคต ที่ผู้เล่นใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Nerve Gear สวมศีรษะเพื่อใช้คลื่นสมองควบคุมตัวเองผ่านไปยังตัวเกมที่เป็นโลกเสมือนจริง Virtual World ได้ ซึ่งก็มีการเปรียบเทียบกับ Oculus Rift ว่าในอนาคตจะทำได้เหมือน Nerve Gear หรือเปล่า ซึ่งเกมเมอร์ออนไลน์หลายๆคนก็ฝันว่าสักวันจะได้เล่นเกมออนไลน์แบบใน Sword Art Online

    
   ล่าสุดในงาน Anime Expo 2014 ที่ LA สหรัฐอเมริกา ทาง Bandai Namco Games ผู้พัฒนาเกมจากอนิเมะ Sword Art Online Hollow Fragment ก็ได้ตอบสนองความต้องการนี้ ด้วยการนำเอาเดโมตัวอย่างเกม มาทำให้รองรับกับ Oculus Rift เพื่อให้มันใช้งานคล้ายๆ Nerve Gear ในเรื่อง โดยหลังจากใช้แล้ว คุณจะได้รับบทเป็นเทพคิริโตะผ่านในเกม ด้วยมุมมองแบบ First person ราวกับคุณได้เข้าไปอยู่ในเกมจริงๆ แม้ว่าจะไม่ได้ควบคุมตัวละครได้อิสระแบบในอนิเมะ แต่ก็ได้บรรยากาศไม่แพ้กัน โดยตัวเดโมของเกมจะแบ่งออกเป็นสองเวอร์ชั่น อันแรกจะให้คุณช่วย Asuna สู้กับบอสสุดโหด The Gleam Eyes กับอีกเวอร์ชั่น จะให้เหตุการณ์เดินเที่ยวในเมืองกับ Asuna แทน ได้บรรยากาศเหมือนในอนิเมะดีทีเดียว น่าเสียดายที่มีให้ลองในงาน Anime Expo 2014 เท่านั้น






    จริงๆแล้วเราก็รักการเล่นเกมส์ออนไลน์นะ(บ้าเลยดีกว่า-_-!) บวกกับชอบอนิเมะเรื่องนี้มากๆด้วยเลย ตอนนี้ก็เล่นเกมส์นี้อยู่(เล่นแบบ No Ocurus) แต่มีเกมเมอร์ที่รู้จักคนนึงเค้าบอกมาว่า มีการสร้าง Ocurus ที่เหมือนๆกับ Nerve Gear เหมือนเป็นหนึ่งในตัวละคร ตอนนั้นดีใจมากๆ แต่ความฝันก็สลายหายเข้าไปในกลิบเมฆ เมื่อเค้าบอกต่อว่ามันอยู่ที่ LA และก็ไม่วางจำหน่ายเค้าแค่ออกมาให้ดูและลองว่าทำได้แค่ที่งาน Anime Expo 2014 เท่านั้น ขอบอกเลยว่าเสียดายและเสียใจมาก อยากเล่นมาก T^T


ข้อมูลจาก:
http://gematsu.com/2014/07/oculus-vr-showing-sword-art-online-demo-anime-expo
    




วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ภาพปริศนามนุษย์ย้อนเวล จากโลกอนาคต(จริงหรือไม่?)

โผล่อีก!! มนุษย์ย้อนเวลา ใน ยุค 1940-1941
   ยังคงเป็นปริศนาทีแม้แต่วิทยาศาตร์ก็ยังหาคำตอบหรือพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แน่ชัดไม่ได้ ว่าบุคคลที่สามารถย้อนเวลามาในโลกอนาคตนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือลักษณะอุปกรณ์ต่างล้วนแล้วแต่ไม่ควรจะมีในยุคนั้น...


   หลังจากที่ทีมข่าว Mthai รายงาน เหตุการณ์ประหลาด ที่ปรากฎภาพหญิงปริศนา มีลักษณะคล้ายกับเดินคุยโทรศัพท์มือถือ ในภาพยนตร์เรื่อง ชาร์ลี แชปลิน ในปี 1928นั้น การพิสูจน์ดังกล่าวยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า เธอใช้โทรศัพท์มือถือหรือไม่  บางคนเชื่อว่า เหตุการณ์แบบนี้ เรียกว่า Time Traveller  คนในอนาคตผู้ย้อนเวลาสู่อดีตกาล ซึ่งหลังจากนั้น มีการเผยแพร่ภาพลักษณะดังกล่าวออกมาอีก



   พิพิธภัณฑ์ Bralorne Pioneer Museum ของแคนาดา ได้แสดงนิทรรศการภาพถ่าย โดยมีการเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ในแกลลอรี่ภาพชุด Their Past Lives Here ซึ่งหนึ่งในภาพปริศนานั้น เป็นภาพของชายคนหนึ่งที่ยืนรวมกับผู้คนมุงดูเหตุการณ์น้ำท่วม ในปี  1941
   ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงรูปที่สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ที่พบเห็นคือ ชายคนดังกล่าว มีลักษณะคนในยุคปัจจุบัน โดยเขามีทรงผมล้ำสมัย สวมแว่นตาดำ ใส่เสื้อยืดสวมเสื้อแจ๊กเกตทับ ไม่ใช่แฟชั่นในยุค 70 ปีก่อนอย่างแน่นอน และที่สำคัญ กล้องถ่ายรูปที่เขาถืออยู่ เป็นปริศนาว่า เขานำมาจากแหล่งใด เพราะในยุคนั้น ยังไม่มีการผลิตกล้องถ่ายรูปแบบพกพา หรือลักษณะดังกล่าวออกมาใช้
   ทั้ง นี้ ภาพถ่ายใบนี้จากพิพิธภัณฑ์ เป็นภาพโบราณที่ยืนยันได้ว่า ไม่มีการตัดต่อหรือตกแต่งด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญยังได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นภาพถ่ายจริงไม่มีการตกแต่งบิดเบือน หลายคนจึงเชื่อว่า เขาคือคนจากอนาคตที่ย้อนเวลาไปสู่ยุคอดีต

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผลไม้ไฮเอนด์ แพงตลึงมึนถึงหลักแสน

    นญี่ปุ่นสามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลต่าง ๆ ผ่านดอกไม้ที่เบ่งบานและผลไม้ที่ออกผลในแต่ละช่วงเวลามาตั้งแต่สมัยโบราณ และเนื่องจากญี่ปุ่นมีถึง 4 ฤดู จึงทำให้พืชผลต่าง ๆ มีความหลากหลาย และทุก ๆ ปีดอกไม้และผลไม้จะออกดอกออกผลในช่วงฤดูกาลของมัน แต่ผลไม้บางชนิดก็ออกมามีจำนวนจำกัดจึงทำให้มีราคาที่แพงมาก


องุ่นพวงละ 175,600 บาท
มะม่วงลูกละ 95,578 บาท
แตงโมลูกละเกือบ 200,000 บาท
สับปะรดลูกละกว่า 500,000 บาท

   นี่ไม่ใช่ “ราคาคุย” แต่เป็น “ราคาจริง” ของผลไม้ที่มีราคาอภิมหาแพง และมีคนรอแย่งซื้อ ทันทีที่วางขาย

   ส่วนเรา วันนี้ยังไม่มีปัญญาซื้อกินแน่ แต่อนาคตก็ไม่แน่เหมือนกัน ดังนั้นรู้ไว้เป็นข้อมูลก่อนก็ไม่เสียหาย เผื่อว่า สักวัน จะเป็นวันของเราบ้างไง?

   สำหรับผลไม้โคตะระแพงหลากชนิดชนิดนี้ มีอยู่ถึง 4 ชนิดที่เป็นผลไม้ของญี่ปุ่น มีเพียงสับปะรดเท่านั้นที่เป็น ผลไม้จากแคว้นคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ ถึงตรงนี้ อาจมีใครนึกสงสัยว่า ทำไม ญี่ปุ่นถึงมีผลไม้ราคาแพงระยับมากขนาดนี้?
   คำตอบก็คือ ตลาดผลไม้ของญี่ปุ่น มีความอะเมซิ่ง น่าทึ่งมากๆ คือ มีผลไม้แปลกๆ ที่ชวนอึ้งหลายอย่าง ก็ ญี่ปุ่น อะนะ และผลไม้ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นก็มีราคาแพงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งนี้เพราะ คนญี่ปุ่นชอบซื้อผลไม้ราคาแพงๆมอบเป็นของขวัญกัน อย่างเช่น องุ่น เมล่อน ลูกพีช ยิ่งถ้าได้เป็น คนแรกๆที่สามารถซื้อผลไม้ระดับไฮเอนด์มากินได้ด้วยแล้วล่ะก็ มันยิ่งรู้สึก พราวด์ เป็นพิเศษ

   ว่าแล้ว เราก็มาดู คุณสมบัติของผลไม้ที่มีราคาอภิมหาแพงแต่ละชนิดกันดีกว่า ว่า มีดี ตรงไหน ถึงได้แพงนัก?


    เริ่มจาก องุ่นทับทิมโรมัน ซึ่งมีสเปกว่า องุ่นแต่ละเม็ดนอกจากจะต้องมีสีแดงเข้ม ยังต้องมีน้ำหนักอย่างน้อย 20 กรัม และต้องมีปริมาณน้ำตาลมากกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ และปลูกได้เฉพาะในจังหวัดอิชิกะวะ เท่านั้น อีกทั้งแต่ละปี ก็ออกผลไม่มาก จึงกลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมของจังหวัดอิชิกะวะ

    ทั้งนี้ตามข้อมูลของสำนักข่าวAsiaOneบอกว่า องุ่นทับทิมโรมัน ปรากฏโฉมในท้องตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2551 โดยกลุ่มเกษตรกรกลุ่มหนึ่งในจังหวัดอิชิกะวะ นำมาเปิดตัว วางจำหน่ายในจังหวัดอิชิกะวะเมื่อปี พ.ศ. 2551 และในปีนั้น ก็มีผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่ง ประมูลซื้อไปในราคาพวงละ 29,393 บาท ต่อมาในปี 2554 ก็มีเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ประมูลซื้อไปด้วยราคาพวงละ 206,720 บาท

    ส่วนปีนี้ องุ่นทับทิมโรมันพวงแรก มีเจ้าของห้องจัดงานเลี้ยงพิธีแต่งงานในจังหวัดอิชิกะวะ ประมูลไปด้วยราคา 175,600 บาท จากองุ่นจำนวน 16,000 พวงที่มีวางขายในปีนี้

    สำหรับองุ่นทับทิมโรมัน พวงที่เจ้าของห้องจัดงานเลี้ยงแต่งงาน ได้ไป ในข่าวบรรยายว่า มีน้ำหนัก 800 กรัม และองุ่นแต่ละเม็ดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร โดยเฉลี่ยมีราคาประมาณเม็ดละ 5,814 บาท!!!

   เอ้ก ออฟ เดอะ ซัน หรือ มะม่วงของญี่ปุ่น เป็นมะม่วงที่ได้ชื่อว่า มีราคาแพงที่สุด แม้จะลูกไม่ใหญ่ แต่ทว่า รสชาติหวานเจี๊ยบ เพราะมีน้ำตาลสูง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มะม่วงญี่ปุ่น 2 ลูก สามารถทำสถิติขายได้ราคาสูงถึง 300,000 เยน หรือราว 118,283 บาท


   แตงโมเปลือกดำ สินค้าจากเกาะฮอกไกโดที่เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละ 10,000 ลูก บางลูกมีน้ำหนักมากถึง 11 กิโลกรัม เป็นแตงโมที่มีรสชาติหวานกรอบ และเป็นแตงโมที่ได้ชื่อว่า แพงที่สุดในโลก จากสถิติราคาที่เคยทำไว้สูงสุด ก็เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2551 ที่ขายได้ราคาสูงถึง 630,000 เยน หรือราว 199,868 บาท


    เมล่อนยูบาริ เป็นเมล่อนที่ปลูกในจังหวัดยูบาริ เกาะฮอกไกโด เป็นผลไม้ที่นิยมซื้อมอบเป็นของขวัญ อย่างเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา มีเมล่อนยูบาริ 2 ลูก ถูกซื้อไปด้วยราคาสูงลิ่วถึง 1,600,000 เยน หรือราว 507,601 บาท


    สับปะรดที่ได้ชื่อว่า แพงที่สุดในโลกกันบ้าง เป็นสับปะรดจากลอสต์ การ์เด้น ออฟ เฮลิแกน ในแคว้นคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ ที่ดูภายนอก ก็เหมือนสับปะรดทั่วไป แต่ที่ทำให้ สับปะรดที่นี่ ต่างจากสับปะรดอื่นๆ ก็คือ “วิธีปลูก” ซึ่งต้องปลูกในสภาพอากาศที่จำลองขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับการเติบโตของสับปะรดพันธุ์นี้ ที่ยังต้องใช้กรรมวิธีปลูกย้อนยุคไปในสมัยวิกตอเรีย โดยเจ้าของสวนต้องปลูกสับปะรดในเรือนกระจก ใช้ปุ๋ยขี้ม้า และฟางข้าว และต้องใช้เวลาปลูกกว่า 2 ปีจึงจะออกผล โดยทั่วไป มีราคาเฉลี่ยอยู่ผลละกว่า 500,000 บาท

คะ คะ คะ ใครว่าทำเกษตรไม่รวย คิดผิดคิดใหม่ได้นะคะ คือเห็นแล้วจะควักกระเป๋าแต่ละทีคิดหนักเลยถ้าคิดจะลอง O_o!!



วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไอเดียของจิ๋วสุดเก๋จากแดนปลาดิบ

   สิ่งประดิษฐ์ชนิดนี้ต้องใช้ความสามรถในการชมความสวยงามและความปรานีตอย่างมาก เราเห็นของในลักษณะเล็กถึงเล็กมากหรือของจิ๋วนั่นเอง แต่สิ่งที่เราจะนำมาให้ดูเป็นการผสมผสานโดยการนำสิ่งของรอบตัวมาใช้ในการสร้างบรรยากาศได้อย่างลงตัว






















    ผลงาน Miniature หรือ สิ่งประดิษฐ์ขนาดจิ๋วแค่เพียงปลายเล็บเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายละเอียดนการทำให้ดุธรรมชาติที่สุด ซึ่งศิลปินชาวญี่ปุ่น ทานากะ ทัตซึย่า (Tanaka Tatsuya)เขาใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานสุดเจ๋งเหล่านี้ เป็นเวลา 4 ปี!!  โดยที่เค้าจะใช้อาหาร เครื่องเขียน ซึ่งล้วนแล้วเป็นสิ่งของที่เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวันทั้งนั้น หรือสิ่งของรอบกายมารังสรรค์เป็นผลงานที่คุณคาดไม่ถึง





















  ไอเดียสุดยอดดของใกล้ตัวที่เราจิตนาการไม่ออกว่ามันจะเจ๋งได้ขนาดนี้เห็นแล้วนึกถึง arrietty เลยล่ะค่ะ ไอเดียบรรเจิดจริงๆค่ะ^^

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นินจาเรสเตอร์รองท์ โตเกียว

   ร้าน Ninja เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เกิดที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นจนประสบความสำเร็จก็ได้มี สาขาอยู่ในรัฐนิวยอร์ก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยไปกินที่ร้านนี้มาก่อนเลยไม่ว่าที่ญี่ปุ่นหรือที่อเมริกา แต่เห็นว่าร้านอาหารร้านนี้มีความน่าสนใจมากจึงนำมาแบ่งปันกันค่ะ


   ร้านนี้แปลกอย่างไร ความแปลกนั้นอยู่ตรงที่ร้านชื่อธรรมดาๆ ว่า Ninja ก็จริง แต่ร้านนี้ได้หยิบยกเอาคำว่า Ninja นี้มาเป็นธีมคอนเซปของร้าน นอกจากร้านจะตกแต่งแบบญี่ปุ่นด้วยโทนสีเข้ม และไม้ไผ่ ในบรรยากาศสลัวๆ ดูลึกลับแบบหมู่บ้านของนินจาแล้ว ทันทีที่คุณก้าวเข้าไปในร้านก็อาจจะถูกทักทายโดยไม่ได้ทันตั้งตัวจากเหล่านินจาที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูกล หรือฉากสีดำของร้านให้ตกใจเล่น นอกจากนี้ขณะที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะว่าเหล่านินจาก็จะคอยโผล่มาเป็นระยะๆ จากบนเพดานบ้างล่ะ หรือตามช่องต่างๆ ในผนัง พร้อมกับกวัดแกว่งอาวุธในมือ หรือว่าแวะมาเอ็นเตอร์เทนลูกค้าถึงโต๊ะเลยทีเดียวเพื่อแสดงกลอันน่าตื่นตาตื่นใจให้ชม การรับประทานอาหารที่ร้านนี้ไม่มีเงียบเหงาอย่างแน่นอน ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากทางร้านยึดมั่นการเป็นนินจาตามประวัติศาสตร์ นินจาก็คือผู้ที่ทำหน้าที่แอบเข้าไปยังฐานที่มั่นของศัตรูเพื่อล้วงความลับ หรือเพื่อก่อความวุ่นวายให้กับฝ่ายตรงข้าม



   นอกจากลีลาของเหล่านินจาชุดดำที่ทำให้เกิดความตื่นเต้นแล้ว ก็ขอบอกว่าอาหารของที่นี่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เขาบอกว่าอาหารญี่ปุ่นของร้านนี้เป็นอาหารแบบไฮเอนด์ เป็นร้านอาหารนินจาทั้งทีจะให้ธรรมดาๆ ได้อย่างไร หน้าตาของอาหารที่นี่จึงไม่เหมือนใคร 



    เรียกว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบฟิวส์ชัน เช่น บางเมนูเสิร์ฟพร้อมดาบคาตานะยาวของญี่ปุ่น ที่เมื่อดึงดาบออก ไอของน้ำแข็งแห้งจะพวยพุ่งออกมาเพื่อเลียนแบบควัน  คาดว่าราคาอาหารที่ร้านนี้น่าจะสูงทีเดียว

   
   ร้านนี้เหมาะกับการไปเที่ยวไปชิมกันเป็นกลุ่มเพื่อน(ในความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ) เพราะดูจากบรรยากาศแล้วถ้าไปกับเพื่อนๆคงจะสนุกมากเลยล่ะค่ะ และสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือกล้องถ่ายรูปนั่นเอง เอาไว้เก็บภาพสวย แปลกๆไงคะ^^

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไอเดียเก๋ไก๋กับป้ายโฆษณาสุดเจ๋ง!

   สินค้าที่จะขายออกตลาดได้ดีจนเป็รที่ยอมรับมันต้องผ่านการโฆษณามาซะก่อนจะโฆษณาให้ได้ผล ก็ต้องทำให้สะดุดตาให้มีความน่าสนใจและสมารถดึงดูดผู้บรโภคได้ดี
ไอเดียต่างๆในการทำป้ายโฆษณาให้เด่นสะดุดตา แบบที่ว่าคนต้องมองกันเยอะแน่ๆ

ตามไปดูกันเลยจ้า ...
(บางรูปอาจจะมองยากหน่อยนะ บางรูปก็ต้องอ่านคำโฆษณาประกอบด้วยนะคะ)

สีผมธรรมชาติ

    โฆษณาตัวนี้เป็นโฆษณาเกี่ยวกับคลีมเปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ที่เปลี่ยนสีตามสีท้องฟ้าและทะเล สวย คือการโฆษณาในแนวที่ว่าเปลี่ยนสีผมดุจดั่งธรรมชาตินั่นเอง 


คุณไม่ใช่รูปสเก็ตซ์
    สาวๆทั้งหลายที่อยากมีหุ่นผอมเพรียวจนต้องอดข้าว อดน้ำ ออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างหักโหม เพื่อหวังจะได้มีรูปร่างเหมือนกับหุ่นลองเสื้อ หรือแม้กระทั่งภาพสเก็ตช์!! ดูจากรูปแล้วคงทำเอาความฝันของผู้หญิงทะลายลง เพราะดูยังไงก็ไม่ได้เรียกหุ่นแบบนั้นว่าสวย!! 


เลิกกินอาหารเหลือสักที
    คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารที่คุณกินเหลือ เม็ดข้าวที่คุณทิ้งที่ดูเหมือนจะน้อยนิด แต่เมื่อนำของเหลือที่คนทั้งโลกทิ้งในแต่ละมื้อมารวมกันแล้ว ก็สามารถมาเป็นอาหารชั้นยอดของใครอีกหลายคนในหลายประเทศที่ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร เพราะฉะนั้นก่อนจะทิ้งอะไรลงถัง ก็ขอให้คิดถึงคนที่ไม่มีอันจะกินบ้าง

บุหรี่ภัยร้ายที่ฆ่าคุณ
   ใครๆก็คงรู้โทษของบุหรี่เป็นอย่างดี ว่าไม่เพียงแต่ทำร้ายผู้ที่สูบแต่ยังทำร้ายผู้ที่ได้ดมควันบุหรี่เข้าไปแบบไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย ประเทศจีนจึงได้คิดที่เขี่ยบุหรี่สาธารณะที่มีรูปของปอด ไว้ให้ท่านได้จิ้มบุหรี่ลงไปแล้วจะเกิดรู เกิดรอยควันแบบที่จะเกิดได้ในปอดของคุณจริงๆ!!


หากเป็นลูกคุณ
     เรื่องความประมาทจากการใช้รถใช้ถนนเป็นอะไรที่ถูกรณรงค์มาโดยตลอด เพราะไม่ว่าจะรณรงค์รูปแบบไหนก็ยังคงมีอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทไม่หยุดหย่อน แต่ป้ายโฆษณานี้คงทำให้คุณพ่อ-แม่ ที่มักจะเล่นโทรศัพท์ หรือหากิจกรรมทำระหว่างขับรถต้องเลิกทำซะที!! เพราะทำให้คิดได้ว่าหากคนที่ถูกชนคือลูกของคุณจะเป็นยังไง?


ปล่อยควัน=ยิงปืน
    ใครจะไปรู้ว่าจริงๆแล้ว ควันที่คนเค้าปล่อยกันจากทั้งอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นควันพิษที่สามารถคร่าชีวิตของคนได้เป็นพันๆคน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการฆ่าในระยะเวลาสั้นๆ แต่ในช่วงระยะเวลายาวๆแล้ว นี่เปรียบเสมือนการเอาปืนมาจ่อที่หัว ป้ายโฆษณานี้จึงเป็นที่ตอบโจทย์ได้อย่างดี


ลดการใช้กระดาษกู้โลก
    กระดาษนั้นทำมาจากต้นไม้ จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้ป่าไม้บนโลกจะลดลง ก็คนเล่นใช้กระดาษกันแบบไม่คิดชีวิต โดยเฉพาะกระดาษชำระที่คนส่วนใหญ่มักจะดึงๆออกมาโดยไม่ได้คิดว่ามันเกินความจำเป็น จึงมีคนคิดค้นโฆษณานี้ขึ้น และนำไปใช้กับกล่องกระดาษทิชชู่ในห้องน้ำ เพื่อหวังเตือนสติคนใช้!!

หยุดทำร้ายท้องทะเล
   คงไม่มีใครไม่ชอบกินอาหารทะเล แต่จะทำอย่างไรเมื่อทุกวันนี้ท้องทะเลเต็มไปด้วยขยะ และสิ่งแปลกปลอมที่มนุษย์เป็นผู้ทิ้งลงไป คงไม่ใช่เรื่องดีนักถ้าอาหารทะเลที่เรากินๆอยู่มีสิ่งสกปรกพวกนี้ติดขึ้นมาด้วย!! ยิ่งพอได้เห็นภาพนี้คงทำเอาหลายๆคนกลัวการกินอาหารทะเล หรืออาจจะช่วยให้คนเลิกทิ้งขยะซักที

เพื่อความคมที่เหนือกว่าสิ่งใด
     เป็นใบมีดที่ทั้งคมและมีประสิทธิภาพเหนือคำบรรยายกับป้ายโฆษณาตัวนี้ที่แม่แต่นกยังขาดเป็นสองท่อน คิดว่าถ้าคุณผู้ชายท่านใดสนใจนำประโกนหนวดคงจะต้องติดใจเจ้าใบมีดตัวนี้จนลืมไม่ลงอย่างอแน่กับความคมเหนือคำบรรยายO_o!!


สัตว์เลี้ยงของคุณจะปลอดภัย ไว้ใจเรา
     คนหรือเห็บหมาเล่นแปะโฆษณาไว้ที่พื้นเพื่อคนที่มองมาด้านบนจะได้เห็นอย่างชัดเจน แต่ว่านะเหมือนจะไม่ค่อยอยากจะไปเหยีบตรงนั่้นมันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ เป็นไอเดียโฆษณา Frontline คิดได้ล้ำเลิศมากเลยทีเดียว

เอิ่ม!!โฆษณาแต่ละตัวเล่นแทบเงิบกันเลยทีเดียว..-_-